ออกเดินทางจาก เมืองเสน่ห์แห่งสายน้ำ ณ เวนิส มาต่อกันที่เมืองฟลอเรนซ์ (Florence) ตามที่กล่าวขานกันว่า เป็นเมืองที่หยุดเวลาไว้กับอดีต
เราเลือกเข้าเช้คอินที่ Hilton Garden Inn Florence Novoli เนื่องจากใกล้สถานีรถไฟ เดินทางสะดวกอีกเช่นเคย รีวิวห้องพักซักเล็กน้อย เพื่อเป็นทางเลือกในการมาพักเมืองนี้นะคะ
Florence เคยเป็นเมืองศูนย์กลางทางการค้าในสมัยก่อน จัดว่าเป็นเมืองที่รวยเมืองหนึ่งเลยทีเดียว นอกจากนั้นยังเป็นเมืองต้นกำเนิดของยุค Renaissance อีกด้วย มุ่งหน้าไปชมสถาปัตยกรรมความงามของ Piazza del Duomo กันค่ะ แถวนี้ร้านเจลลาโต้เยอะมาก อากาศก็หนาว แต่ก็ยังคงกิน 555+
ดูสีสันสิ น่าทานทุกรสชาติ โคนละ 3 ยูโร เลือกได้ 2 รสชาติ ถ้ายังเดินวนเวียนอยู่แถวนี้ จะวนกินให้ครบทุกรสเลย คนขายก็ใจดี ตักให้จนล้นแล้วล้นอีก
Piazza del Duomo เป็นโบสถ์ แห่งเมือง Siena และ Pisa ทำให้ในปี 1296 สร้างยอดโดมด้านในแบบโบราณของ Pantheon และมีการกลับมาซ่อมยอดโดมด้านนอกเป็นสถาปัตยกรรมแบบ Duomo ภายนอกตัวอาคารประดับด้วยหินอ่อนสีขาว

Giotto’s bell tower 

ทางศาสนาคริสต์ที่ด้านในจะมีอ่างน้ำมนต์ที่ใช้ในพิธีศีลจุ่มอยู่ตรงบริเวณประตูค่ะ จึงมีการแข่งขันกันออกแบบประตู และผู้ที่ได้รับชัยชนะในการออกแบบประตูของ Piazza del Duomo คือ Lorenzo Ghiberti โดยใช้เวลาออกแบบทั้งหมด 21 ปี โดยการหล่อ panel ทองสำฤทธิ์ 28 แผ่นประดับที่ประตู โดยเป็นเรื่องราวตาม old testament เช่น stories of Noah, Moses, Solomon, และ the Queen of Sheba

ประตูออกแบบโดย Lorenzo Ghiberti
ถัดจากโบสถ์นี้ไปเป็น พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Galleria dell’Accademia เป็นไฮไลท์ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองฟลอเรนซ์ เราจองคิวในการเข้าชมมาล่วงหน้าผ่านเวปไซต์ มาถึงก็แลกบัตรเข้าชมได้เลยค่ะ
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ คือประติมากรรมหินอ่อนขนาดยักษ์ที่สร้างขึ้นโดย Michelangelo และ David มีประติมากรรมหินอ่อนขนาดใหญ่หลายอย่างที่น่าสนใจรวบรวมไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้
แต่หลายๆคนที่มาที่นี่เพื่อมาดูรูปปั้น David ฝีมือ Michelangelo โดยเฉพาะ เป็นรูปปั้นที่มีชื่อเสียง ในปี 1501 ซึ่ง Michelangelo อายุเพียง 26 ปี ได้รับมอบหมายให้ปั้นรูปปั้นขนาดใหญ่เพื่อประดับบนหลังคาของ Duomo
รูปปั้น David สูงกว่า14 ฟุต ท่วงท่าของ David ก็คือท่าที่พาด sling อยู่ที่บ่า มืออีกข้างกำหินอยู่ค่ะ ตามองไปที่ยักษ์ Goliath พร้อมต่อสู้
พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Galleria dell’Accademia เปิดวันจันทร์ ตั้งแต่ 8.15 – 14.00 และ วันอังคาร-อาทิตย์ เปิดตั้งแต่ 8.15 – 19.15 แนะนำให้จองบัตรมาล่วงหน้าจะได้ไม่เสียเวลาต่อคิวค่ะ
เริ่มหิว ข้างๆ Piazza del Duomo มีร้านอาหารอิตาลี Cucina Tipica Toscana ที่คนต่อคิวค่อนข้างเยอะ แวะทานมื้อเย็นที่ร้านนี้ซักหน่อย รสชาติก็โอเคนะคะ
เมืองฟลอเรนซ์เป็นเมืองขนาดเล็ก จึงทำให้สามารถเดินทางไปได้หลายแห่งในวันเดียว รวมถึงแต่ละสถานที่สามารถเดินเท้าเที่ยวได้ แบบเดินชมวิวไปเรื่อยๆ เราเลือกเดินชมเมืองช่วงเย็นๆ บรรยากาศดีมากค่ะ แวะถ่ายรูปไปตลอดทาง

วิวแม่น้ำอาร์โน ในเมืองฟลอเรนซ์ (Arno River)
เป้าหมายของค่ำคืนนี้ คือ จะขึ้นไปชมวิวเมืองฟลอเรนซ์ในมุมสูง ทางขึ้นเป็นบันได แนะนำว่าถ้าอยากประหยัดเวลาให้นั่งบัสขึ้น แล้วค่อยเดินเท้าลงมาด้านล่างก็ได้นะคะ ราคาบัสของที่เมืองนี้ การขึ้นลง 1 ครั้ง คือ 1.50 ยูโร จะนั่งไกล หรือ ใกล้ก็ราคาเดียวกันทุกคันค่ะ
ได้ขึ้นมาถึงด้านบน วิวยามค่ำคืนสวยไปอีกแบบค่ะ เป็นช่วงที่ในตัวเมืองด้านล่างเปิดไฟแล้ว สวยคุ้มค่าการขึ้นมามองมุมสูง
เช้าวันที่ 2 ณ เมืองฟลอเรนซ์ ไปเที่ยวชมสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่เรียนกันมาตั้งแต่สมัยเด็ก นั่นคือ “หอเอนเมืองปิซ่า” ตั้งอยู่ที่เมืองปิซา ในจัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม เดินทางโดยนั่งบัสไปจากโรงแรม ไปลงสถานี Pizza Vittorio Emanuele II (สังเกตุได้ว่าเป็นป้ายที่คนลงเยอะๆค่ะ) พอลงป้ายแล้วก็เดินตามป้ายบอกทางไปหอเอนเรื่อยๆ แวะถ่ายรูปไปตลอดทาง ก็เริ่มเห็นหอเอนอยู่ลิบๆ
เดินมาจนถึงด้านหน้าหอเอนเมืองปิซ่า ใครสนใจขึ้นชมด้านบนสามารถซื้อบัตรได้นะคะ 18 EURO ต่อท่าน กำหนดรอบละไม่เกิน 30 คน
หอเอนเมืองปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) เป็นหอระฆังสูงใหญ่ของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว มีเอกลักษณ์โดดเด่น คือ ความเอนเอียงของหอระฆัง เนื่องจากสร้างไปสัก 1 ใน 3 หอก็เริ่มเอียง เพราะดินใต้พื้นไม่มีชั้นหิน เป็นโคลนดินนิ่มๆ ก็เลยทรุดตัวจนหอเอนไปด้านทิศเหนือ ความเอียงจากพื้นประมาณ 3.97 องศา
หอเอนปิซาได้ถูกประกาศให้เป็นมรดกโลก นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังของโลก เนื่องจากหอระฆังแห่งนี้นั้นเคยเป็นสถานที่ที่กาลิเลโอใช้ในการทดสอบเรื่องแรงโน้มถ่วงของโลก ซึ่งในขณะนั้นเขาเรียนอยู่ที่มหาลัยปิซา โดยการทดลองนั้นทำโดยการใช้ลูกบอล 2 ลูกที่มีน้ำหนักไม่เท่ากันทิ้งลงมาเพื่อพิสูจน์สมมุติฐานเกี่ยวกับแรงโน้มถ่วงของโลก ซึ่งบอล 2 ลูกนั้นก็ได้ตกลงถึงพื้นพร้อมกันตามที่กาลิเลโอคาดการณ์ไว้นั่นเอง
แนะนำว่าให้มาช่วงเช้าๆหน่อยนะคะ เพราะสายแล้วจะมีทัวร์พานักท่องเที่ยวมาค่อนข้างเยอะ อาจจะแชะภาพกับหอเอนได้ค่อนข้างยาก เพราะคนจะบังหอเอนเต็มไปหมดเลย เดินถัดมาอีกหน่อยจะเป็นวังเก่าที่ใช้เป็นที่บัญชาการของ Knights of St.Stephen ตั้งอยู่ข้างกันกับโบสถ์ Chiesa di Santo dei Cavalieri เป็นสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิค

Knights of St.Stephen & Chiesa di Santo dei Cavalieri
Ponte Vecchio เป็นสะพานเก่าแก่ของที่นี่ สร้างขึ้นเพื่อใช้ข้ามแม่น้ำ Arno ซึ่งมีความพิเศษต่างจากสะพานทั่วไปคือ มีร้านค้าอยู่สองข้างทาง สมัยก่อนเป็นที่ตั้งของร้านขายเนื้อสัตว์ แต่ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งร้านค้าพวกงานศิลปะและอัญมณี

Ponte Vecchio, สะพานเก่าแก่ระดับโลก
วิวอีกมุมจากบนสะพาน Ponte Vecchio บนสะพานแห่งนี้จะเต็มไปด้วยร้านค้าอัญมณี เต็มตลอด 2 ริมฝั่งสะพาน สามารถมาเดินเลือกซื้อกันได้ที่นี่
แวะไปต่อกันที่ หอศิลป์ Uffizi Gallery เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะชั้นนำของโลกรวมทั้งเป็นหนึ่งในตึกที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองฟลอเรนซ์
เมื่อซื้อบัตรแล้ว ระหว่างรอรอบเข้าชมตามเวลาของทางหอศิลป์ ก็ยืนส่องพนักงานตรวจบัตรไปก่อนนะ งานดีค่ะ 555+
ด้านหน้าทางเข้า มีจุดฝากสัมภาระ และตรวจอาวุธเรียบร้อยแล้ว เดินผ่านประตูเข้ามา จุดแรกของหอศิลป์จะพบกับภาพวาดบนเพดานที่ตระกาลตา
พิพิธภัณฑ์นั้นจะจัดเป็นห้องแบบห้องโถงวนไปเป็นตัวยู ภายในหอศิลป์ยังมีห้องแสดงภาพอีก 45 ห้อง เป็นผลงานตั้งแต่ยุคกลางจนถึงยุคบาโรกของศิลปินชื่อดังมากมาย เช่น เลโอนาร์โด ดาวินชี (Leonardo da Vinci) ภาพด้านล่างจะเป็นบางส่วนที่จัดว่าเป็นภาพที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินมาชมกันมากของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

The Tribuna ห้องแปดเหลี่ยมที่จัดแสดงประติมากรรมหินอ่อน โบราณวัตถุ และภาพวาดตระกูลเมดิซี

Birth of Venus

Birth of Venus
เริ่มหิวแล้วหล่ะค่ะ แล้วก็เริ่มมองหาร้านอาหารสัญชาติจีนแล้ว เพราะไม่ไหวจะกลืนอาหารอิตาลีแล้ว ทานติดต่อมา 7 วันแล้ว โชคดีเดินเจอร้านอาหารจีนอย่างที่มโนวาดฝันไว้เลย รีบพุ่งเข้าร้านไปเลย
สั่งอย่างดีใจ คืนนี้หลับฝันดีแน่ๆ กับเมนูบ้านๆ แต่มีคุณค่ามากสำหรับทริปนี้ กับเมนู ไก่ผัดเม็ดมะม่วง ซุปเกี๊ยวกุ้ง แมงกระพรุนผัดน้ำมันงา และผัดโกยซีหมี่ รวมๆราคา พันกว่าบาท ราคานี้สำหรับต่างบ้านต่างเมือง ต้องทานค่ะ และแล้วก็ได้เวลาบ๊ายย..บายยย เมืองฟลอเรนซ์ เตรียมว้าป ไปอาณาจักรโรมัน กันค่ะ
ช่วงเวลาการเดินทาง : February 2019
อุณหภูมิ : 3-10 องศา
สถานที่ : ฟลอเรนซ์ (Florence) ประเทศอิตาลี (ITALY)
ที่พัก : Hilton Garden Inn Florence Novoli
















































