กรุงปารีส (Paris) เมืองในฝันสุดโรแมนติก ประเทศฝรั่งเศส (FRANCE)

ทริปนี้เดินทางช่วงมีนาคม เป็นปลายฤดูหนาว และต้นฤดูใบไม้ผลิ อุณหภูมิจะอยู่ที่ 3-5 องศา เดินเที่ยวสบายๆ เป็นการแพลนเดินทางบินลัดฟ้ามาจากบูดาเปสต์ (Budapest)ประเทศฮังการี (Hungary) ออกเดินทางมาช่วงเย็นๆ ถึงสนามบินฝรั่งเศสช่วงดึกๆ เข้าที่พัก ชาร์จพลังก่อนอื่นใด

ตลอดทั้งทริป เน้นที่พักที่โลเคชั่นติดสถานีรถไฟ ครั้งนี้ก็เช่นกันสถานีตั้งอยู่หน้าโรงแรม Hilton Paris Opera เลยค่ะ ห้องพักหรูหรา โอ่อ่า ประหนึ่งเป็นฉากหนึ่งในโอเปร่า ห้องนอนที่ว่าใหญ่แล้ว ห้องน้ำก็กว้างแทบจะเท่ากับห้องนอนเลยค่ะ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันสมชื่อแบรนด์ Hilton

เช้าวันที่ 2 ของที่ปารีส มุ่งหน้าไปเที่ยวชมพระราชวังแวร์ซาย (Palace of Versailles) ต้องมาแต่เช้าตรู่ เพราะถ้าเริ่มสาย ขอบอกคิวยาวเป็นกิโลเลยจ้า กดตั๋วรถไฟลงสถานี  Gare de Versailles Château Rive Gauche 

ถึงสถานีแล้ว เดินตามนักท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ ทุกคนมุ่งหน้าไปที่เดียวกันหมดแหละเชื่อเถอะ 555+ เดินไปจะเจอ Tourist Information เพื่อซื้อ Ticket

พระราชวังแวร์ซาย (Palace of Versailles) เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหรรศจรรย์ของโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรม

หลังจากได้เข้ามาด้านในแล้ว ทุกคนจะได้รับ audio guide สามารถเดินฟังบรรยายแล้วเยี่ยมชมความสวยงามของแต่ละห้องในพระราชวังได้เลยค่ะ พระราชวังแห่งนี้มี 700 ห้อง แต่ละห้องร่ายเรียงประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกันออกไป

ห้องในภาพด้านล่างนี้ลงนามในสัญญาสงบศึกระหว่างสัมพันธมิตรกับจักรวรรดิเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นที่ลงนามสนธิสัญญาแวร์ซายส์ ห้องกระจกนี้ชื่อ Hall of Mirror ภายในตกแต่งด้วยกระจกสวยงาม ตกแต่งด้วยกระจกใสด้านที่หันไปทางสวน ส่วนอีกด้านตกแต่งด้วยกระจกเงา ทำให้ห้องนี้แลดูกว้างขวาง เป็นห้องที่สร้างอยู่ชั้นบน ยาวเกือบตลอดแนวด้านหนึ่งของตำหนัก 

เราเลือกชมเป็นบางส่วน ถ้าจะดูแบบละเอียดจริงๆ น่าจะใช้เวลาประมาณ 1 วันเต็มๆค่ะ เพราะช่วงบ่ายเราจะไปช้อปปิ้งที่ยอดฮิตตรงจัตุรัสชาร์ล เดอ โกล เป็นถนนที่มีทุกอย่างให้ช้อปแทบจะทุกแบรนด์ ใครเป็นสาวก Louis Vuitton ต้องไม่พลาดแวะเข้า Louis Vuitton Store Paris ใหญ่มากๆ และมีแทบจะทุกรุ่น

ขนาดว่าไม่ได้ตั้งใจอยากได้รุ่นไหน แต่แวะเข้าไปโฉบดูเพราะเห็นคนไม่ค่อยเยอะ แต่ราคาก็ยั่วยวนใจ ถูกกว่าที่บ้านเราหลักหลายพัน สุดท้ายก็ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาจนได้ แต่ถ้าซื้อที่ Store Paris ต้องไปทำ Tax Refund ที่สนามบินนะคะ

มาถึงโซนนี้ต้องเดินเที่ยวชม ประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de Triomphe) เป็นประตูชัยที่ใช้เวลาสร้างมากกว่า 30 ปี เป็นสัญลักษณ์อนุสรณ์สถานอุทิศแก่วีรบุคคลในสงครามปฎิวัติฝรั่งเศส (French Revolutionary) และสงครามนโปเลียน (Napoleonic Wars) 

มุมตรงนี้จะเป็นมุมมหาชนที่ยืนถ่ายกันกลางถนนเลยค่ะ รอจังหวะช่วงไฟเขียว ไฟแดง เอานะคะ แต่แถวที่ต่อคิวถ่ายรูปก็ยาวพอสมควร นอกจากนี้ด้านบนของประตูชัยสามารถซื้อ Ticket ขึ้นไปชมวิวมุมสูงได้อีกด้วย จะมองเห็นวิวของถนนฌ็องเซลิเซ่ และมองเห็นหอไอเฟลในมุมสูง

เราอยู่ปารีสทั้งหมด 4 วัน เช้าวันที่ 3 เราไม่รีบมาก รอทานอาหารเช้าก่อน Buffet Breakfast จัดเต็มมาก ภาพบางส่วนของห้องอาหารนะคะ

อิ่มท้องแล้วไปเที่ยวกันที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre Museum) กับมุมแลนด์มาร์คของที่นี่ต้องถ่ายกับสามเหลี่ยมปิรามิดแก้วด้านหน้า มีความสูง 20.6 เมตร ฐานรูปมีความยาวด้านละ 35 เมตร ประกอบขึ้นจากกระจกสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน และแผ่นกระจกรูปสามเหลี่ยม รวมทั้งสิ่น 673 แผ่น หากมาแล้วไม่ได้รูปมุมนี้เหมือนมาไม่ถึง

พิพิธภัณฑ์ลูฟร์เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีนักท่องเที่ยวมาเข้าชมเยอะมากที่สุดในโลกเช่นกัน สามารกดเลือกซื้อบัตรทางออนไลน์มาก่อนได้เลยค่ะ เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาเข้าชมด้านใน สามารถปริ้นใบจองไปแลกบัตรพร้อมแผนที่เดินชมได้เลยทางด้านหน้า

ซึ่งถ้าไม่ได้เข้ามาชมด้านในถือว่าพลาดมาก เพราะไฮไลท์อยู่ที่ ภาพวาด โมนา ลิซา (Mona Lisa) เป็นภาพวาดสีน้ำมันที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆของโลก วาดโดยศิลปินคนดัง ลีโอนาร์โด ดาวินชี

นอกจากนี้ยังมีประติกรรมหุ่นปั้น ภาพวาดฝาผนังสวยงาม บางห้องตกแต่งวาดรูปผนังสไตล์บาร็อคให้อารมณ์หรูหรามาก

ทุกประติมากรรมรูปปั้น สามารถถ่ายรูปได้ค่ะ แต่ขอความร่วมมือ ห้ามสัมผัส ห้ามพิง ขอแชะกับสฟิงค์ซักภาพ

หลังจากที่ได้เดินชมในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์อยู่นานจนเดินมาถึงทางออกจะเจอกับมุมปิรามิดแก้วกลับหัว เป็นอีกมุมที่ยอดฮิตของที่นี่ค่ะ

เดินออกมาอีกทีก็แทบจะเย็นแล้วค่ะ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใช้เวลาเดินชมค่อนข้างนาน ภายในกว้างมาก มีหลายชั้น

นั่งบัสไปเที่ยวต่อกันที่ โรงอุปรากรปาแลการ์นีเย่ (Paris Opera Garnier) ตั้งอยู่กลางเมืองปารีสเลยค่ะ เป็นสถาปัตยกรรมฟื้นฟูบาโร แต่วันนี้เราเจอแจ้กพอร์ตมาก ขึ้นป้ายปิดทำการ 1 วันค่ะ เลยได้ชมแค่ภายนอกเท่านั้น

พลาดจากการเข้าชม Paris Opera ปลอบใจตัวเองโดยไปเดินช้อปปิิ้งเลยแล้วกันที่ แกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ (Galleries Lafayette) ซึ่งอยู่ในระแวกติดๆกัน ใครที่มาช้อปปิ้งในฝรั่งเศส ต้องไม่พลาดมาจับจ่ายกันที่ ถนนฌ็องเซลิเซ่ (Champs Elysees) เพราะมีครบเกือบทุกอย่างที่ เดินเข้าตึกนั้น ออกตึกนี้ เพลินมาก เงินก็จ่ายเพลินเช่นกัน

และที่สะดวกมากของการมาช้อปที่ แกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ (Galleries Lafayette) คือ สามารถทำ Tax Refund ตอนที่ซื้อได้เลยอีกด้วย เค้าจะแยกตึก ของผู้ชาย และ ผู้หญิง คนละตึกไปเลย แต่เดินด้วยกันได้จ้า

ด้านในของห้าง ตกแต่งสวยหรู ประหนึ่งเดินช้อปปิ้งในพระราชวัง สามารถเดินเทียบเคียงราคาจนพอใจแล้วค่อยซื้อได้ตามอัธยาศัยค่ะ พวกสกินแคร์แบรนด์ฝรั่งเศสหลายๆแบรนด์สามารถหาซื้อได้ที่นี่ ราคาถูกมาก

วันที่ 4 ของปารีส เป็นวันท้ายสุดของทริปแล้ว เลือกที่จะเดินชมสถานที่เที่ยว ตึก อาคาร ของที่นี่ เช้านี้ไป เลแซงวาลิด Les Invalides (Napoleon’s Tomb) ที่เห็นโดมสีทองอยู่ทางด้านหลังไกลๆ  เป็นอาคารที่ฝังพระศพของพระเจ้านโปเลียนที่ 1

ถัดไปอีกไปผ่าน มหาวิหารนอทเทอร์ดัม (Notre Dame Cathedral) ได้ชมแค่สถาปัตยกรรมภายนอกอีกเช่นกัน เนื่องจากอยู่ระหว่างการซ่อมแซมหลังจากที่ถูกไฟไหม้  วิหารนอทเทอร์ดัมเป็นสัญลักษณ์ของกรุงปารีสเลยก็ว่าได้ มีสถาปัตยกรรมที่วิจิตรงดงามมาก นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นบันไดไปชมยอดของโบสถ์ โดยการเดินเท้าจำนวน 387 ขั้นเพื่อไปชมเมืองปารีสในมุมสูง

ไปปิดท้ายของทริปนี้ที่สถานที่ยอดฮิตของปารีสที่หลายคนใฝ่ฝันมาถ่ายรูปคู่กับ หอไอเฟล (Eiffel Tower) ตอนที่มาถึงแสงกำลังดี บรรยากาศโรแมนติกที่สุดอ่ะ

หอนี้ถูกออกแบบในงานแสดงสินค้า Universal Exposition ในปี 1889 ออกแบบนายกุสตาฟ ไอเฟล ช่วงแรกหอไอเฟลถูกถูกวิพากวิจารณ์กันอย่างหนาหูว่า ไม่มีความงาม แค่เหล็กสูง 324 เมตร เกะกะเมือง แต่สุดท้ายกลายเป็นเป็นสัญลักษณ์ของกรุงปารีส โดยนักท่องเที่ยวสามารถซื้อบัตรเพื่อขึ้นไปยังยอดหอไอเฟลชมวิวมุมสูงได้นะคะ

หอไอเฟลสามารถชมได้จากหลายๆมุมของเมืองปารีส แต่จุดที่นักท่องเที่ยวนิยมคือ Trocadero นั่ง Metro มาลงสถานี Trocadero เดินออกมาก็เจอเลยค่ะ แต่ขอบอก มิจฉาชีพค่อนข้างเยอะนะคะเดินระวังนิดนึงด้วยค่ะ

ช่วงเวลาการเดินทาง : March 2020
อุณหภูมิ : 3-5 องศา
สถานที่ : กรุงปารีส (Paris) ประเทศฝรั่งเศส (FRANCE)
ที่พัก : Hilton Paris Opera

Leave a comment

Website Powered by WordPress.com.

Up ↑

Design a site like this with WordPress.com
Get started