ทริปนี้เป็นการเดินทางมาต่อจาก Hallstatt & Vienna ณ ออสเตรีย (Austria) โดยนั่งรถไฟความเร็วสูงข้ามประเทศมาอีกเช่นเคย ครั้งนี้เลือกเดินทางตอนช่วงเย็นๆ มาถึงฮังการีก็ช่วงดึก เข้าเช็คอินที่ Hilton Garden Inn Hungary โรงแรมอยู่ห่างจากสถานีรถไฟประมาณ 800 เมตร อากาศเย็นๆ เดินลากกระเป๋าแปปเดียวก็ถึงค่ะ
ห้องพักของโรงแรมเครือนี้ไว้ใจได้เลยค่ะ ถึงจะมา Check in ดึกแค่ไหน มีเจ้าหน้าที่พร้อมบริการอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส นอกจากทำเลที่ตั้งดีแล้ว อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันค่ะ
บูดาเปสต์ (Budapest) เป็น เมืองหลวงของประเทศฮังการีในทวีปยุโรปฝั่งตะวันออก ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 6 ของสหภาพยุโรป นับว่าเป็น “เมืองในฝัน” ของใครอีกหลายๆคนมีสถาปัตยกรรมที่วิจิตรตระการตา มีแม่น้ำที่คงจะคุ้นหูกันไม่น้อย ชื่อ แม่น้ำ Danube ที่ตัดแบ่งครึ่งของสองฟากฝั่งเมือง คือ ฝั่งบูดา (Buda) และ ฝั่งเปสต์ (Pest) สถานที่ท่องเที่ยวส่วนมากจะอยู่ติดๆกันตรงใจกลางเมือง ด้วยทรรศนียภาพอันสวยงามของเมืองนี้ จึงได้รับสมญานามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบ”
เช้าวันที่ 2 ของการมาฮังการี ออกเดินทางด้วยรถไฟ และต่อบัส เพื่อมุ่งหน้าไปเที่ยวป้อมชาวประมง (Fisherman’s Bastion) เราเลือกที่จะไปป้อมชาวประมงที่แรกแต่เช้าตรู่เพราะถ้าสายแล้วนักท่องเที่ยวจะเยอะมากจนแทบไม่มีมุมให้ถ่ายรูปสวยๆเลยค่ะ ป้อมปราการนี้ถูกออกแบบเป็นสีขาวสไตล์นีโอโกธิค สร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์สำหรับรำลึกความกล้าหาญของเหล่าชาวประมงที่เสียสละต่อสู้เพื่อรักษาเมืองนี้ไว้
ป้อมชาวประมง (Fisherman’s Bastion) นี้จะตั้งตระหง่านอยู่ด้านบนสุดของ Castle Hill ใครที่ขึ้นมาด้านบนนี้จะเห็นวิวทิวทัศน์อันสวยงามของแม่น้ำดานูบในมุมสูง มองไปทางด้านซ้ายจะเห็นอาคารรัฐสภาฮังการี มองไปทางด้านขวาจะเห็นวิวสะพานเชน

วิวอาคารรัฐสภาฮังการี 
วิวสะพานเชน
ถัดจากป้อมชาวประมง เป็นโบสถ์แมทเทียส (Matthias Church) จัดว่าเป็นแลนมาร์คของที่นี่ ตั้งตระหง่าน ยอดสูงตรงนั้นคือบริเวณหอคอยของโบสถ์
โบสถ์นี้โบสถ์โรมันคาธอลิก ที่สถาปัตยกรรมสวยงามที่สุดในฮังการี ตั้งอยู่ฝั่งบูดา ด้านตะวันตกของแม่น้ำดานูบ สร้างขึ้นแบบสไตล์โกธิคในช่วงปลายทศวรรษ 1200 และมีการฟื้นฟูตกแต่งใหม่แบบสไตล์บาร็อกปลายทศวรรษ 1800 แต่ยังมีความคงไว้ของศิลปะสไตล์โกธิคไว้บางส่วน ในส่วนภายในโบสถ์ต้องซื้อ Ticket นะคะ
แต่ขอบอกว่าคุ้มค่าที่ได้เข้ามาชมด้านในค่ะ ภายในโบสถ์งานจิตรกรรมที่สวยงาม และเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ศิลปะเพื่อการเรียนรู้ของนักท่องเที่ยว มีรูปจำลองมงกุฎหลวงของกษัตริย์ฮังการีด้านในด้วย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
บน Castle Hill ยังมีคาเฟ่ที่เป็นที่นิยม ใครมาถึงมักจะแวะเข้าไปจิบกาแฟ ทานขนมกันที่ร้าน “Cafe 1827” ค่ะ ขนมบอกเลยว่าวัตถุดิบเข้มข้นมาก ต้องต่อคิวเข้ากันเลยนะคะ
หม่ำเสร็จมีแรงเที่ยวต่อ ตอนขาขึ้นมา Castle Hill เรานั่งบัสขึ้นมา แต่ตอนขาลง เราเลือกที่จะเดินเท้าลงไป เพื่อชมทรรศนียภาพบ้านเมืองของเค้า เดินไปเรื่อยๆจนถึงฝั่งตรงข้าม อาคารรัฐสภาฮังการี (Hungarian Parliament) เรายืนชมอยู่ฝั่งบูดา แต่ตัวอาคารตั้งเด่นตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำดานูบบนฝั่งเปสต์
ตัวอาคารตกแต่งด้วยศิลปะสไตล์นีโอโกธิค ตกแต่งด้วยทองคำถึง 40 กิโลกรัม สร้างนานกว่า 20 ปี นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมด้านในได้ โดยจะมีไกด์พาเดินชมเป็นรอบๆ ภายในประกอบด้วยห้องต่างๆจำนวนมากถึง 691 ห้อง แนะนำให้จองบัตรมาล่วงหน้าเพื่อเลือกช่วงเวลาในการเข้าชม
อาคารรัฐสภาฮังการี (Hungarian Parliament) นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวและเก็บภาพสวยๆ กันทั้งกลางวัน และตอนที่อาคารเปิดไฟยามค่ำคืนสวยมากเห็นแล้วยืนนิ่งกับความสวยงามอยู่ซักพักใหญ่เลยค่ะ
เราเดินไปต่อเพื่อจะข้ามจากฝั่งบูดา ไปยังฝั่งเปสต์ โดยเดินข้ามผ่านสะพานเชน (Chain Bridge) เป็นหนึ่งในสะพานที่เรียกว่าสวยที่สุดในยุโรป เป็นสัญลักษณ์ของบูดาเปสต์ (Budapest) เลยก็ว่าได้ สร้างจากเหล็กล้วนๆ กับรูปปั้นสิงโตด้านหน้า ระหว่างข้ามสามารถหยุดชมวิวอยู่ตรงกลางสะพานสวยดีค่ะ แต่ลมค่อนข้างแรง ต้องระวังสัมภาระปลิวตกลงไปในแม่น้ำด้วยนะคะ
เดินข้ามมาถึงฝั่งเปสต์ เจอกับ Central Market Hall เป็นตลาดของที่นี่ ที่ของขายเยอะมาก ค่อนข้างเป็นระเบียบ สะอาด วัตถุดิบก็จะเป็นสินค้าท้องถิ่นที่คนฮังการีนิยมทานกัน พวกเนื้อแห้ง พาร์ม่าแฮม
เดินๆ เริ่มหิว เสียงลือเสียงเล่าอ้างของหลายๆคนที่มาเที่ยวฮังการี บอกว่าร้านแมคโดนัลของที่นี่ร้านสวย มื้อนี้เลยขอฝากท้องที่ร้านแมค ก็สวยจริงๆค่ะ รสชาติแตกต่างจากโซนเอเชียเล็กน้อย
หลังจากนั้นเรานั่งบัสไปเที่ยวต่อที่ Heroes’ Square เป็นลานกว้างๆ มีอนุเสาวรีย์ตั้งตระหง่านอยู่ สูงถึง 36 เมตร และขนาบด้วยรูปปั้นของอดีตกษัตริย์และบุคคลสำคัญ โชคดีที่วันนี้คนน้อย ได้รูปแบบบรรยากาศโดยรอบโอเคแทบจะไม่ติดนักท่องเที่ยวเลย
อนุเสาวรีย์แห่งนี้ปัจจุบันจัดเป็น พื้นที่มรดกโลกร่วมกับย่านถนนอันดราสซี (Andrássy Avenue) และเป็นแลนด์มาร์คที่นักท่องเที่ยวนิยมมากันอย่างคับคั่งแทบจะตลอดทั้งปี
เดินเที่ยวจนได้เวลาที่จองโต๊ะไว้ที่ New York Cafe เรียกว่า อภิมหา “คาเฟ่” สุดอลังการ เป็นคาเฟ่ที่สวยที่สุดในโลก บรรดานักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องมาเยือน แอบกระซิบว่า ถ้าไม่ได้จองโต๊ะมาล่วงหน้า ไม่มีโอกาสได้ทานแน่ๆ เพราะหางแถวยาวออกไปนอกร้าน แต่เราจองคิวผ่านทางเวปไซต์ของร้านมาตั้งแต่ยังไม่เดินทางค่ะ การเดินทางมาที่คาเฟ่นี้มาโดยรถไฟ ลงสถานี Blaha Lujza Ter
การตกแต่งร้านหรูหราสวยงามสมคำล่ำลือ ก้าวแรกที่ผลักประตูเข้ามาภายในร้านนึกว่าเข้ามาทานในพระราชวัง เดินเข้ามาปุ้ปจะเจอคำถามแรกว่าได้จองโต๊ะมารึป่าว ถ้าไม่ได้จองมาหล่ะก็…เตรียมเดินไปต่อคิวตรงหางแถวยาวๆที่เดินผ่านมาเมื่อกี้ได้เลย

Strudel 
New York Latte Macchiato with 24 Carat Gold 
Dark Coconut Choco Ice-Cream
ใครสายคาเฟ่ที่ได้มาที่นี่ คือ ที่สุดของคาเฟ่แล้วจริงๆ พนักงานที่รับออเดอร์แต่งตัวประดุจเจ้าชาย แถมอารมณ์ดี แนะนำนั่นนี่ให้แบบเป็นกันเองมาก ทางร้านแนะนำ STRUDEL เป็นขนมท้องถิ่นของประเทศออสเตรีย คนยุโรปนิยมทานกัน ด้านในจะสอดไส้ผลไม้นานาชนิด ส่วนมากเน้นตระกูลเบอร์รี่ ทานคู่กับ New York Latte Macchiato with 24 Carat Gold กลิ่นหอมคาราเมล รสชาตินุ่มนวล เสริฟมาพร้อมคุกกี้ และตบท้ายด้วย Dark Coconut Choco Ice-Cream รสชาติเข้มข้นอร่อยค่ะ
นั่งรถไฟมาเที่ยวต่อที่ Hungarian State Opera House เป็นโรงโอเปร่าที่สวยงาม ปูพรมแดงอลังการ สามารถซื้อบัตรทางด้านหน้าเพื่อเข้าชมการแสดงสด เสียงก้องกังวาลตราตรึงใจที่สุด
หลังจากชมการแสดงเสร็จ มีเจ้าหน้าที่พาเดินชมโดยรอบพร้อมบรรยาแต่ละโซนให้ฟัง สามารถเลือกได้ว่าจะรับฟังภาคภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาท้องถิ่นของชาวฮังการี

ไกด์บรรยายและพาชม 
บันไดสำหรับเดินเข้าโรงโอเปร่า
เช้าวันที่ 3 ที่ฮังการี ตื่นสายๆหน่อย ทานอาหารเสร็จสรรพ เดินจากโรงแรมมา ถนนคนเดิน (Fashion Street Budapest) ไม่ไกลค่ะ ประมาณ 900 เมตร พวกร้านจำหน่ายของที่ระลึก โปสการ์ด แมกเน็ตทั้งหลาย ก็มาหาซื้อได้ที่โซนนี้แหละ ถูกสุดๆ ส่วนเสื้อผ้า กระเป๋าแบรนด์เนม แฟชั่นต่างๆ มีแทบจะทุกแบรนด์ ราคาถูกเช่นกัน น้ำหนักกระเป๋าโหลดได้กี่กิโล ซื้อกันให้เต็มที่ไปเลย
เดินช้อปกันอยู่ครึ่งวัน เตรียมเดินกลับโรงแรม ผ่านอาคารต่างๆ เป็นสถาปัตยกรรมที่สวย นอกจากนี้ยังมี BIG BUS BUDAPEST สำหรับใครที่อยากนั่งชมรอบๆเมือง สามารถซื้อบัตรได้ที่สถานี BUS ค่ะ


BIG BUS BUDAPEST 
ก็สถาปัตยกรรมเค้าสวยจริงๆ จนอดไม่ได้ที่จะแชะภาพอ่ะ เลยเดินกลับไม่ถึงโรงแรมซะที 555+
ได้เวลาที่ต้อง Check Out จริงๆแล้ว ไม่งั้นไปขึ้นเครื่องไม่ทันแน่ๆ เพราะต้องรีบเดินทางไปท่าอากาศยานนานาชาติบูดาเปสต์ เฟเรนตส์ ลิซท์ เป็น 1 ใน 4 สนามบินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เราเดินทางโดยบัสของ Oui Bus ไปลงที่สนามบินเลย มุ่งหน้าไปที่อาคารผู้โดยสาร 2A พุ่งตรงเค้าว์เตอร์เพื่อโหลดสัมภาระ
ครั้งนี้เดินทางกับสายการบิน AIRFRANCE เดินทางจากประเทศฮังการี (Hungary) จุดหมายปลายทางที่ประเทศฝรั่งเศส (FRANCE) ใช้เวลาบินประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที
หม่ำของว่างแล้วนอนพักเอาแรง บินลัดฟ้าไปเที่ยวกันต่อที่ปารีส (PARIS) นะคะ
ช่วงเวลาการเดินทาง : March 2020
อุณหภูมิ : 5-9 องศา
สถานที่ : บูดาเปสต์ (Budapest) ประเทศฮังการี (Hungary)
ที่พัก : Hilton Garden Inn Hungary








































