Hallstatt เมืองริมทะเลสาบที่สวยสุดในฝันของหลายๆคน & Vienna ณ ออสเตรีย (Austria)

ความใฝ่ฝันที่อยากมาเที่ยวยุโรปของใครหลายๆคน เมืองหนึ่งในนั้นเชื่อว่าเป็น ฮัลส์สตัทท์ (Hallstatt) ของประเทศออสเตรีย (Austria) เป็นประเทศที่วิวแทบจะคล้ายกับสวิสเซอร์แลนด์แต่ค่าเดินทางต่างกันครึ่งๆ ประเทศนี้ใช้วีซ่าเชงเก้นนะคะ

เราเลือกเดินทางต่อจากกรุงปราก (Prague) ณ สาธารณรัฐเช็ก (Czech Republic) โดยนั่งรถไฟความเร็วสูง OBB จาก Prague (PRAHA HLAVNI NADRAZI Station) จุดหมายปลายทางที่ Vienna (WIEN HAUPTBAHNHOF Station) ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง

พอถึงสถานี เดินทางต่อโดยรถ TRAM เพื่อเข้าที่พักที่เราจองไว้ เราเลือกพักที่ Hilton Vienna เนื่องจากโลเคชั่นสะดวก สถานีรถ TRAM จอดถึงหน้าโรงแรมพร้อมลากกระเป๋าเข้าเช็คอินเลยค่ะ

Check in ได้คีย์การ์ดเรียบร้อย ขึ้นห้องเก็บสัมภาระ แต่อดไม่ได้ที่จะรีวิวห้องพักซักนิด นอกจากโลเคชั่นดีแล้ว ห้องยังมีระเบียงให้ออกไปยืนชมเมืองเวียนนาพร้อมจิบกาแฟที่ระเบียงยามเช้าสัมผัสอากาศหนาวได้ด้วยนะคะ ในส่วนของห้องน้ำ แยกโซนเปียกและโซนแห้ง ห้องพักตกแต่งโทนขาว ดำ และหินอ่อน ดูหรูหราค่ะ ภายในห้องยังมีมุมโซฟาสีเขียวให้เอนกายหากยังไม่อยากกระโดดขึ้นเตียง

วันนี้เรามีเวลาครึ่งวันบ่าย เนื่องจากใช้เวลาเดินทางมาออสเตรียก็ครึ่งวันแล้วค่ะ เลยเลือกที่จะเดินเที่ยวในตัวเมืองเวียนนา (Vienna) หรือ วีน (Wien) เป็นเมืองหลวงที่ใหญ่ที่สุดของประเทศออสเตรีย จากที่พักสามารถเดินไปได้เลย ใกล้มากค่ะ เมืองเค้าจะเป็นสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิค เน้นแนวปราสาท พิพิธภัณฑ์ มหาวิหาร คฤหาสน์ และตึกรูปทรงแบบโบราณ

เริ่มต้นกันที่ย่านใจกลางเมืองเวียนนาที่มีแลนด์มาร์ก “ไฮไลท์อยู่ที่มหาวิหาร St. Stephen’s Cathedral” เป็นมหาวิหารสไตล์โกธิคที่เก่าแก่ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองรายล้อมไปด้วยร้านช้อปปิ้งและร้านอาหาร มหาวิหารแห่งนี้ถูกสร้างเพื่ออุทิศให้กับนักบุญสตีเฟน ตอนช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

ภายในมหาวิหารตกแต่งวิจิตรกาลตา และที่วิหารแห่งนี้มีชั้นใต้ดินเล่าขานกันว่าเป็นสุสานฝังศพของชาวเวียนนาสมัยช่วงทำสงครามกับพวกเติร์ก นับกว่า 10,000 ชีวิต

ออกมาจากมหาวิหารจะพบกับ Shopping Street อันหรูหราที่มีแทบจะทุกแบรนด์ ตั้งอยู่บนถนน Graben และ Kohlmarkt นักช้อปทุกคนมาเวียนนา ไม่พลาดที่จะมาที่นี่ค่ะ ตึกรามของทุกแบรนด์ได้รับการออกแบบ และตกแต่งหรูหรา ไฮโซ เหมาะกับเมืองนี้

เดินไปเดินมาว่าจะไม่ซื้อก็ห้ามใจไม่ได้จริงๆ ต้องได้ติดไม้ติดมือกลับโรงแรมซักชิ้นสองชิ้น เดินๆเริ่มหิว บริเวณนี้ร้านอาหารเยอะมากค่ะ มีแทบจะทุกประเภท เราแวะรองท้องนิดหน่อย อยากลิ้มลอง อาหารรสชาติจัดว่าโอเคค่ะ

วันที่ 2 ของออสเตรีย ( Austria ) เลือกออกเดินทางแต่เช้าตรู่ ถึงขนาดยอมไม่รอทานอาหารเช้าของทางโรงแรม เพราะจะรีบมุ่งหน้าไปเที่ยว ฮัลส์สตัทท์ (Hallstatt) เป็นเมืองเล็กๆ แต่โรแมนติกมากๆ จัดว่าเป็นริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก

ฮัลส์สตัทท์ (Hallstatt) ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก้ (UNESCO) เป็นทะเลสาบในเขตภูมิภาคซาลซ์คัมเมอร์กุท (Salzkammergut) เป็นเมืองที่ธรรมชาติดีมาก โรแมนติกสุดๆ

การเดินทางมาฮัลส์สตัทท์ (Hallstatt) เรามาโดยขึ้นรถไฟ REX (Region Express) ที่สถานี Bad Ischi ไปลงที่ปลายทางสถานี Hallstatt ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง นั่งชมวิวไปเพลินๆ

แล้วมาขึ้นเรือที่ท่าเรือ Hallstatt Bahnhst ตั๋วมีทั้งแบบขาเดียว และแบบไปกลับ ใช้เวลา 10 นาที เราซื้อแบบไป-กลับไว้เลยค่ะ เพราะเราไม่ได้ค้างที่นี่

เรือเทียบท่าปุ๊ป ขึ้นแตะฝั่งปั้ป เดินเลี้ยวขวาไปถ่ายรูปที่มุมมหาชนก่อนอื่นใด ที่ใครมาที่นี่ก็ต้องได้ภาพมุมนี้ วันที่เรามามีหิมะตกเล็กน้อย บรรยากาศดีเว่อร์ๆ เรายังต้องมนต์อยู่ว่าเราฝันรึป่าว ที่ที่เราอยากมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งหนึ่ง แล้ววันนี้ก็มายืนที่นี่ !!

เดินต่อขึ้นไปอีกนิด ทางเดินเป็นเนินเขา แต่ด้วยอากาศที่หนาวไม่รู้สึกถึงความเหนื่อยใดใด เดินขึ้นไปยังมุมสูงเป็นอีกมุมที่นิยมมาถ่ายรูปกันกับยอดโบสถ์ Hallstatt Lutheran Church เป็นโบสถ์ประจำเมืองฮอลสตัทท์ นับว่าเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่

ได้รูปมุมยอดฮิตของฮัลส์สตัทท์ (Hallstatt) แล้ว เราเดินลงจากเนินเขากันค่ะ ไปเดินเรียบริมทะเลสาบเก็บบรรยากาศกัน มองมุมไหนก็สวย ตื่นตาตื่นใจไปหมด แต่ด้วยมีหิมะบางๆ ทำให้มีหมอกปกคลุมเทือกเขาก็สวยอีกแบบค่ะ

บ้านเรือนที่พักอาศัยของเมืองนี่ก็จะเล็กๆกะทักรัด น่ารักแบบนี้ค่ะ

เดินลัดเลาะชมเมืองของเค้ามาเรื่อยๆ เพื่อจะไปยังสถานีเคเบิ้ลไปเที่ยวจุดชมวิวหอคอยรูดอร์ฟ&สกายวอร์ค และ เหมืองเกลือฮัลส์สตัทท์ (Salzwelten) บอกก่อนว่าแต่เดิมที่เมืองนี้เป็นเหมืองเกลือมาก่อน เป็นอาชีพที่สร้างความร่ำรวยของเมืองฮัลส์สตัทท์อย่างมาก แต่ปัจจุบันไม่ได้ทำเหมืองแล้ว แต่ยังคงอนุรักษ์ไว้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับนักท่องเที่ยว

การเดินทางขึ้นมาบนหอคอยรูดอร์ฟ&สกายวอร์ค เคเบิ้ลพาเราขึ้นมายังจุดชมวิวบนภูเขาเกลือ (Salzberg) ถ้ามาช่วงฤดูร้อนจะเห็นเมืองฮัลส์สตัทท์ในมุมสูงถึง 1,200 ฟุต แต่เรามาตอนฤดูหนาว ที่เรียกว่าหนาวมากๆ อุณหภูมิบนยอดเขานี่ติดลบ ก็จะมองไม่เห็นเพราะปกคลุมไปด้วยหิมะและสายหมอก ออกจากเคเบิ้ลก็เจอหิมะเลยค่ะ

จุดชมวิวจะยื่นออกไปตรงหน้าผาสูง เหมือนกับว่าเราเดินบนอากาศเหนือหมู่บ้านมรดกโลกฮัลล์สตัทท์ แนะนำว่าให้ใส่ชุดกันหนาวมาค่อนข้างกันหนาวแบบอุณหภูมิติดลบได้นะคะ ที่สำคัญ คือ ถุงมือค่ะ ช่วยกันหนาวได้มาก เพราะทั้งหนาวทั้งลมจากยอดเขา มือชา แถมแทบก้าวขาเดินไม่ออกเลยค่ะ

พยายามเดินมาเรื่อยๆจนถึงจุดชมวิว มาฤดูหนาว เตรียมรองเท้าสำหรับเดินหิมะได้มาด้วยนะคะ กันลื่นค่ะ สำหรับชุด แนะนำใส่เสื้อผ้ามาสีสดๆเพราะบรรยากาศเต็มไปด้วยหมอก รูปจะออกมาสวยมากค่ะ

บนจุดชมวิวสูงสุด จะเห็นบ้านหลังสีเหลืองๆ ตรงนั้นเป็นร้านอาหาร มีเพียงร้านเดียวบนเทือกเขา สำหรับใครที่ขึ้นมาเที่ยวบนนี้แล้วหิวสามารถแวะเข้าไปทานได้ แต่สำหรับเรา เราแวะเข้าไปทานเพราะเราหลบหนาว ข้างนอกหนาวมาก แวะเข้าไปเอาไออุ่นพร้อมอิ่มท้องซะหน่อย

มุมนี้เป็นโต๊ะทานอาหารโซน Outdoor ของทานร้าน สังเกตุได้จากหิมะที่ปกคลุมโต๊ะ ก็รู้ได้เลยว่าหนาวขนาดไหน แต่ก็ยังขอไปนั่งถ่ายรูปนะคะ ใจสู้ค่ะ อิอิ

เดินไปต่อกันที่เทือกเขาชมวิว ถ่ายรูปเล่นกับหิมะ รูปสวย แต่ต้องสู้กับความหนาวนิดนึงนะคะ ไม่ใช่แค่เราสู้นะคะ ช่างภาพก็ต้องสู้หนาวไปกับเราด้วยเช่นกัน

สำหรับใครที่แนวแอดเวนเจอร์ สามารถเดินลงจากเทือกเขาได้ จะไม่ลงทางเคเบิ้ลก็ได้ สังเกตุป้ายเหลืองๆ แล้วเดินตามป้ายลงไปที่ด้านล่างได้ค่ะ ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็จะถึงสถานีเคเบิ้ลด้านล่างด้วยการเดินเท้าลงไป แต่เราขอนั่งเคเบิ้ลลงนะคะ เพราะยังต้องเก็บแรงไว้เที่ยวอีกหลายวัน 555+

เดินเที่ยวกันเผื่อเวลามาขึ้นเรือกลับด้วย ถ้าไม่ทันรอบเรือ มีหวังได้ค้างที่นี่ซักคืนแน่ๆ เราเผื่อเวลาลงมาที่ท่าเรือเร็วไปนิด เลยเข้าไปหลบในร้านอาหารอีกซักรอบ เพราะยิ่งตกเย็น ยิ่งหนาวมากขึ้น จะให้ยืนรอเรือด้านนอกก็จะหนาวเกินไป ถือโอกาสทานมื้อเย็นไปเลย เดี๋ยวเตรียมไปหลับบนรถไฟอีก 2 ชั่วโมงเพื่อเดินทางกลับที่พักที่เวียนนา ทานเสร็จลงเรือ ต่อรถไฟ แปปเดียวก็ถึงที่พักค่ะ

เช้าวันที่ 3 ของที่ออสเตรีย (Austria) เรามุ่งหน้าไปเที่ยวพระราชวังเชินบรุนน์ (Schönbrunn Palace) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญของกรุงเวียนนา ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก้ (UNESCO) อีกเช่นกัน ไฮไลท์ คือ ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบโรโคโค (Rococo) ประกอบด้วยห้องทั้งหมด 1,441 ห้อง ภายในไม่อนุญาติให้ถ่ายรูป เสพความงามด้วยตาเราเองล้วนๆ เลยไม่มีภาพมาฝากนะคะ

อดีตเคยเป็นที่ประทับของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮับส์บูร์ก ผู้ดำริในการสร้างพระราชวังพระราชวังเชินบรุนน์ ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์บอกเล่าขนบประเพณีและราชวงศ์ในออสเตรีย พระราชวังเชินบรุนน์ แปลว่า น้ำพุอันสวยงาม ถ้าได้เข้าไปด้านในแล้ว มองออกไปทางด้านหน้าพระราชวัง จะเห็นสวนดอกไม้ใหญ่มาก ส่วนถ้ามองไปทางด้านหลังจะเป็นสวนสไตล์สวนอังกฤษ

ก่อนกลับ ก็แวะซื้อของที่ระลึกเล็กๆน้อยๆได้ที่ช้อปด้านหน้าค่ะ เรากลับเข้ามาที่ย่านใจกลางเมืองเวียนนามาเที่ยวต่อที่เที่ยวพระราชวังฮอฟบวร์ก (Hofburg Palace) แค่ด้านหน้าก็อลังการแล้วค่ะ

เป็นพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเก่าแก่กว่า 600 ปี เคยเป็นที่ประทับของจักรพรรดิในราชวงศ์ฮอฟบวร์ก ปัจจุบันที่นี่กลายเป็นที่พักและทำเนียบของประธานาธิบดีในออสเตรีย เปิดให้เข้าชมด้านในได้นะคะ ด้านในมีห้องมากกว่า 2,000 ห้องให้เดินชม นอกจากนี้ที่นี่ยังมีโรงเรียนฝึกม้า หอสมุดแห่งชาติ และโบสถ์ตั้งอยู่ภายในอีกด้วย

ใกล้ๆกับพระราชวังเป็น เดินต่อไปอีกหน่อยเป็น พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ (Kunsthistorisches) เป็นศิลปะสไตล์บารอค ภายในตกแต่งอย่างหรูหราด้วยหินอ่อน และปูนปั้น แสดงผลงานทางศิลปะของจิตรกร ประติมากร ของช่างฝีมือที่ดีที่สุดในยุโรป

ในละแวกเดียวกัน สามารถเดินเท่าต่อไปได้ที่ หอสมุดออสเตรีย (Austrian National Library) เป็นหอสมุดที่งดงามและใหญ่ที่สุดในประเทศ ตกแต่งสไตล์บารอคอีกเช่นกัน ภายในประดับประดาด้วยรูปปั้นและจิตรกรรมฝาผนังแบบโนราณที่น่าทึ่งกับความสามารถในการสร้างหอสมุดแห่งนี้ขึ้นมา ความยาวของหอสมุดประมาณ 70 เมตร และ สูง 20 เมตร

ในหอสมุดมีหนังสือโบราณ จัดวางเรียงรายตามชั้นวางมากกว่า 200,000 เล่ม แต่ละเล่มใหญ่โตจนต้องตะลึง นอกจากนั้นยังมีภาพเขียนบนเพดานที่บอกเรื่องราวต่างๆอีกด้วย

ชมหอสมุดเสร็จ เราเดินไปต่อเที่ยวต่อยัง ศาลาว่าการกรุงเวียนนา (City Hall) เป็นที่ดึงดูดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวไม่น้อยในแต่ละปี ตัวอาคารเป็นศิลปะสไตล์โกธิค ยอดเด่นตระหง่านสูงถึง 97.9 เมตร สามารถมองเห็นแต่ไกล ด้านหน้าของศาลาว่าการจะมีลานขนาดใหญ่ ไว้สำหรับจัดนิทรรศกาลต่างๆ อย่างตอนช่วงที่เราไปตอนเดือน มีนาคม จัดเป็นลานสกีค่ะ

เราอยู่ออสเตรียทั้งหมด 3 วัน วันนี้เป็นวันที่ 3 แล้ว เตรียมเก็บกระเป๋าย้ายเมืองตอนช่วงค่ำ เพื่อไม่ให้เสียเวลาเที่ยว รีบกลับโรงแรมแวะไปทานน้ำ หม่ำขนมที่ Club Lounge ของโรงแรมรองท้องนิดหน่อยก่อนที่จะ Check Out เราถ่ายภาพมาบางส่วน โรงแรมบริการ Club Lounge ค่อนข้างครบครัน ทั้งแอลกอฮอล์ ซอฟต์ดริ้ง เค้ก ขนม เรียกว่ากินอิ่มได้เลยค่ะ

อิ่มท้องแล้ว ลากกระเป๋าไป Check Out พร้อม ออกเดินทางต่อไปยัง Budapest (Hungary) กันค่ะ

ช่วงเวลาการเดินทาง : March 2020
อุณหภูมิ : 5-8 องศา ในเมืองเวียนนา (Vienna) / -5 ถึง 2 องศา ที่ ฮัลส์สตัทท์ (Hallstatt)
สถานที่ : Hallstatt & Vienna ณ ออสเตรีย (Austria)
ที่พัก : Hilton Vienna

One thought on “Hallstatt เมืองริมทะเลสาบที่สวยสุดในฝันของหลายๆคน & Vienna ณ ออสเตรีย (Austria)

Add yours

Leave a comment

Website Powered by WordPress.com.

Up ↑

Design a site like this with WordPress.com
Get started