สำหรับทริปนี้ พาเดินทางข้ามทวีปกันเลยค่ะ เป็นทริปที่ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีโอกาสได้มาเที่ยวโซนยุโรป ทริปนี้เราเริ่มออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กับสายการบิน Lufthansa Airline เป็นสายการบินใหญ่ที่สุดของประเทศเยอรมนี เนื่องจากเราจะไป Transit เครื่องที่ Frankfurt Airport ประเทศเยอรมันนี และจุดหมายปลายทางที่ Prague Airport ณ สาธารณรัฐเช็ก
ใช้เวลาเดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เวลา 23:10 น. มุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ต ณ เวลาท้องถิ่น 06:00 น. สายการบินเสริฟอาหารถึง 2 รอบ เนื่องจากการเดินทางใช้เวลาเกือบ 7 ชั่วโมง
ถึงท่าอากาศยานนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ต เรามีเวลา Transit เครื่องประมาณ 2 ชั่วโมง ก็เดินหาอะไรรองท้องก่อนเดินทางต่อได้ภายในสนามบินเล็กน้อยค่ะ
ออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ต มุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานวาคราฟ ฮาเวล ปราก พอแตะสนามบินปราก หรือที่เรียกเป็นภาษาท้องถิ่นว่า “ปราฮา” (Praha) ก็ไม่รีรอ รีบมุ่งไปที่เครื่องจำหน่ายบัตรโดยสารรถบัส เพื่อมุ่งหน้าสู่สถานีรถไฟ และนั่งไปลงสถานีใกล้ๆ โรงแรมที่จองไว้ เพื่อเก็บสัมภาระพร้อมออกท่องกรุงปรากต่อค่ะ
ทริปนี้เราเลือกพักกับ Hilton Prague Old Town โลเคชั่นโรงแรมดีมากๆ ติดสถานีรถไฟ ลากกระเป๋าเพียง 3 นาที ไม่ไกลค่ะ ก็ถึงลอบบี้โรงแรมแล้วค่ะ
ขอรีวิวห้องพักซักเล็กน้อย เผื่อเป็นทางเลือกสำหรับเพื่อนๆที่มาเที่ยวปรากนะคะ ห้องพักตกแต่งโทนสีขาว เลือกใช้วัสดุเป็นหินอ่อน ตกแต่งด้วยกระจกบานใหญ่ ทำให้ห้องดูโปร่ง กว้างขวาง มีบริการน้ำดื่ม ชา กาแฟ Wifi ฟรีนะคะ
เปลี่ยนชุด แต่งองค์ ทรงเครื่องออกไปชมความงามของกรุงปรากกันค่ะ อย่างที่บอกว่าโลเคชั่นโรงแรม คือ ดีมาก สามารถเดินจากโรงแรมไปเที่ยวสะพานชาลส์ (Charles Bridge) ใช้เวลาเดินชมบ้านเมืองของเค้ามาเรื่อยๆ ประมาณ 10 นาที ก็ถึงแล้ว บรรยากาศในใจกลางเมืองปรากเป็นเมืองเก่าที่สวยมากเมืองหนึ่งเลย ตึกสีสันสวยงามคลุมโทน เดินดูได้ไม่รู้สึกเบื่อ ตื่นตาตื่นใจสุดๆ
เดินมาซักพักจะผ่านย่าน จัตุรัสเมืองเก่าปราก (Old Town Square) ไฮไลท์ของที่นี่ นาฬิกาดาราศาสตร์ (Prague Astronomical Clock) ที่อยู่ด้านบนของผนังตรงทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจตุรัสแห่งนี้ โดยทุกๆชั่วโมงจะมีการบอกเวลา โดยมีอัครสาวกทั้ง 12 ของพระเยซูหมุนออกมาพร้อมเสียงระฆัง โดยจะบอกเวลาทุกชั่วโมงตั้งแต่ 09:00-23:00 น. เป็นการโคจรของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และจักรราศี ทำให้ทุกๆชั่วโมงจะมีนักท่องเที่ยวมายืนรอชมกันเป็นจำนวนมาก
เดินขึ้นมาบนสะพานชาลส์ (Charles Bridge) บรรยากาศบนสะพานค่อนข้างครึกครื้น เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวหลายชาติหลายภาษา มาถึงแล้วขอนั่งแชะซักรูป ส่วนแม่น้ำที่เห็นนั้น ชื่อ แม่น้ำวัลตาวา (Vltava river) เป็นแม่น้ำที่มีชื่อเสียงของกรุงปราก

ทางขึ้นสู่สะพานชาลส์ (Charles Bridge) 
บนราวสะพานชาลส์ (Charles Bridge)

วิวปราสาทปราก จากสะพานชาลส์ (Charles Bridge)
บนสะพานจะมีรูปปั้นของเหล่านักบุญ (Saints) กว่า 30 ชิ้น ชิ้นหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวนิยมมาขอพรกัน จะเป็นจุดนี้ค่ะ พระเยซูถูกตรึงกางเขน
เราเลือกพักที่นี่ 3 วัน 2 คืน วันที่ 2 เราตื่นแต่เช้าเพื่อจะไปเที่ยวชมปราสาทปราก (Prague Castle) ได้เวลาห้องอาหารเช้าเปิด 08:00 น. รีบลงไปทาน Breakfast ของทางโรงแรม มารีวิว Buffet มื้อเช้าเล็กน้อยนะคะ ถือว่าไลน์อาหารจัดว่าโอเคค่ะ ทานให้อิ่มเตรียมออกเดินทางค่ะ
ก่อนขึ้นปราสาทปราก ยังขอแวะไปเดินสะพานชาลส์ (Charles Bridge) แต่เช้าตรู่อีกรอบ เพราะมาทั้งที่ต้องได้รูปกลางสะพานซักนิด ตั้งใจเลือกโรงแรมที่ใกล้มากๆ จะไม่มีรูปกลางสะพานคงไม่ได้ เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวยังมาไม่ค่อยถึงกัน เรยได้รูปกับสะพานแบบไม่ติดผู้คนพลุกพล่านค่ะ จะยืน จะนั่ง เต็มที่ไปเลยค่ะ เป็นอีกมุมที่หลายๆคนแชะภาพกัน
ปราสาทปราก (Prague Castle) ที่ดูเหมือนว่ามาถึงปราก จะไม่ไปคงจะมาไม่ถึง แต่ครั้งนี้เราทุ่นแรง นั่งรถ Tram สาย 22 ลงสถานี Prazsky Hrad ค่ะ แล้วเก็บแรงไว้เดินเที่ยว เพราะทางเดินขึ้นปราสาทเป็นบันไดล้วนๆจ้า เดินขึ้นมาได้ครึ่งทางจะเจอมุมมหาชน ใครเดินมาถึงจุดนี้ หยุดพักแทบจะทุกคนกับการนั่งจิบเครื่องดื่มที่เราคุ้นเคยที่ PRAGUE CASTLE STARBUCKS วิวดี เครื่องดื่มรสชาติถูกปาก ฟินไม่น้อยเลย วิวที่เห็นจะเป็นมุมนี้เลยค่ะ เห็นเมืองปรากในมุมสูง
เห็นแสงแดดจ้าแบบนี้ แต่ขอบอก อากาศหนาวมาก แดดอ่อนๆ และเครื่องดื่มอุ่นๆช่วยได้มากค่ะ จัดได้ว่า Starbucks สาขานี้มีผู้คนเดินเข้าออกแทบจะตลอดทั้งวันตั้งแต่ร้านเปิดยันร้านปิด เดินต่อไปยังทางเข้าปราสาทปรากเพื่อซื้อบัตรค่ะ สามารถเข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00-16:00 น. ก่อนทางเข้าจะเป็นลานกว้างๆ ถ้าวันนั้นแดดดี ก็จัดเป็นอีกมุมที่สวยค่ะ
ปราสาทปราก (Prague Castle) เป็นปราสาทที่ได้รับการยกย่องจาก Guinness Book จัดเป็นปราสาทโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 9 เคยเป็นปราสาทของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (Holy Roman Empire) และ กษัตริย์โบฮีเมีย (Bohemian monarchs) และปัจจุบันเป็นออฟฟิศของประธานาธิบดีด้วยนะ
ด้านซ้ายมือ คือ มหาวิหารเซ็นต์วิตุส (St. Vitus Cathedral) เป็นศิลปะแบบโกธิคสร้างขึ้นโดยรับสั่งของพระเจ้าชาร์ลสที่ 4 วิหารแห่งนี้แต่เดิมเป็นสถานที่สำหรับพระราชพิธีราชาภิเษกกษัตริย์ทุกพระองค์ แต่ปัจจุบันเป็นสถานที่เก็บรักษาอัญมณีที่ใช้ในงานพระราชพิธีค่ะ ส่วนอาคารสีครีมอ่อนๆ ด้านข้าง คือ Old Royal Palace
อีกมุมกับด้านหน้ามหาวิหารเซ็นต์วิตุส (St. Vitus Cathedral) สถาปัตยกรรมสวยและสูงมาก ถึงกับต้องแหงนหน้ามอง ตัวโบสถ์มีขนาดความยาวถึง 124 เมตรและสูง 100 เมตร
ภายในวิหารเซ็นต์วิตุส (St. Vitus Cathedral) ประดับประดาตกแต่งด้วยกระจกสีสวยงามมากมายแบบศิลปะสมัยโกธิค
ภาพที่สองด้านล่าง เป็นรูปปั้นที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุด โดย Saint John of Nepomuk เป็นนักบุญในยุคสมัยของจักรพรรดิคาร์ลที่ 4 นักบุญผู้นี้ปฏิเสธที่จะเปิดเผยความลับของราชินีที่ได้มาสารภาพความผิดกับตน จึงเป็นเหตุให้จักรพรรดิสั่งประหารชีวิตโดยการโยนลงแม่น้ำวัลตาวา


รูปปั้นของ Saint John of Nepomuk 
เดินชมไปรอบๆ จนมาถึงด้านหลังของวิหารเซ็นต์วิตุส (St. Vitus Cathedral) เป็นสถาปัตยกรรมอีกมุมหนึ่งที่สวยงามค่ะ
อีกด้านหนึ่งหลังปราสาทปราก จะเรียกว่า GOLDEN LANE เป็นบ้านเรือนหลังเล็กๆชั้นเดียว สีสันสดใส เมื่อสมัยก่อนเป็นที่สำหรับเหล่าทหารคุ้มกันปราสาท คนรับใช้ และช่างทอง อาศัยกันอยู่ที่นี่ ปัจจุบันปรับมาเป็นร้านขายของที่ระลึกบ้าง และบางหลังก็เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวมาเดินชมกัน
เดินถัดจาก GOLDEN LANE เข้าไปจะเป็นมุมมหาชนที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูปมุมสูงกับเมืองปราก เพราะมองลงไปจะเห็นบ้านเมืองของเค้าสีสันคลุมโทนหลังคาสีส้มทั้งเมืองสวยมากค่ะ
ระหว่างเดินชม ถ้าหิวก็มีร้านอาหารในบริเวณปราสาทหลายร้านเหมือนกันค่ะ เราแวะทานเบาๆรองท้องเพื่อจะเดินทางเที่ยวต่อ โต๊ะเป็น Outdoor วิวเมืองปรากเลยค่ะ แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะหนาวนะคะ เพราะทางร้านมีเครื่องฮีทเตอร์ทำความอุ่นให้กับเราค่ะ
ปราสาทปรากมีพื้นที่ที่ค่อนข้างใหญ่และมีอะไรให้ดูเยอะแยะมาก แนะนำว่าให้เผื่อเวลามาเช้าๆ ใช้เวลา 3 ชั่วโมงจะกำลังดีสำหรับการเดินชมรอบๆตัวปราสาท ไม่เร่งรีบจนเกินไป
ชมปราสาทเสร็จขอแวะกลับโรงแรมไปนั่งพักเท้า แวะทาน Soft Drink & Snack ที่ Club Lounge ของโรงแรมซักนิด พอดีเวลาเหมาะเจาะที่ Club Lounge เปิดให้บริการ
ขอเปลี่ยนอีกซักชุด ออกไปเที่ยวที่สะพานชาลส์ (Charles Bridge) อีกซักรอบกับบรรยากาศตอนสะพานเปิดไฟ สวยอีกแบบค่ะ แนะนำว่ามาชมพระอาทิตย์ตกนะคะ โรแมนติกมาก เมืองอะไรเหมือนถูกต้องมนต์สะกด
ตอนเดินกลับ ผ่านไปชมโบสถ์ยามค่ำคืนอีกรอบ ที่อยู่ด้านหลังตั้งเด่นเลย คือ Church of Our Lady before Týn สูง 80 เมตร เป็นศิลปะแบบโกธิค เป็นโบสถ์ที่ตั้งอยู่ที่ปรากตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 จะสังเกตเห็นตรงกลางด้านบนซึ่งเป็นรูปของพระแม่มารี และมีหอคอยสไตล์โกธิคขนาบอยู่ทั้ง 2 ข้าง และทั้ง 2 ข้างขนาดไม่เท่ากัน ด้านซ้ายมือจะมีขนาดเล็ก แทนสัญลักษณ์ของผู้หญิง และ ด้านขวามือ จะมีขนาดใหญ่กว่า แทนสัญลักษ์ของผู้ชาย นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมด้านในตอนเวลากลางวันนะคะ
ได้เที่ยวทุกจุดไฮไลท์ของปรากแล้ว เตรียมตัวแพกกระเป๋าย้ายเมืองแต่เช้าตรู่ ไปเที่ยวกันต่อที่ Vienna Hallstat (Austria) กันนะคะ
ช่วงเวลาการเดินทาง : March 2020
อุณหภูมิ : 2-6 องศา
สถานที่ : กรุงปราก (Prague) ณ สาธารณรัฐเช็ก (Czech Republic)
ที่พัก : โรงแรม Hilton Prague Old Town
















































